เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

แม้ว่าทัพลูกหนัง "แซมบ้า" บราซิล จะชวดคว้าชัยชนะระดับทวีปบนดินแดนของตน เนื่องจากเสียท่าแพ้ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา 0-1 ในศึกฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติอเมริกาใต้ วัวปา อเมริกา 2021 รอบชิงชนะเลิศ ที่ประเทศบราซิล กลับมีนักเตะสายเลือดบราซิลถึง 3 คนที่ได้สังสรรค์แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เนื่องจากได้เปลี่ยนสัญชาติไปร่วมทัพลูกหนัง "อัซซูร์รี" อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี และก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายเลือดบราซิลเปลี่ยนสัญชาติไปรับใช้กลุ่มลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งผอง 6 คน ดังเช่น เปกระเป๋า แนวรับกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส แนวรับกลุ่มชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ตัวเติมเกมรุกจากฝั่งขวากลุ่มชาติยูเครน และก็ 3 นักฟุตบอลกลุ่มชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยอีกทั้ง 6 คนมีชื่อเสียงกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งผองเลยด้วย แม้กระนั้นมีอยู่หนึ่งคนที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้ชมรมฟุตบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย นั่นก็คือ จอร์จินโญ่ เนื่องจากได้ย้ายมาปักหลักถิ่นฐานในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในระหว่างที่มีอายุเพียงแต่ 15 ปี และก็ได้รับเชื้อชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อจากนั้นได้เริ่มอาชีพค้าแข้งกับ เวโรท้องนา ในตำแหน่งกองกลางเมื่อปี 2010 และก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ ท้องนาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งตอนนี้ ทั้งนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้ทัพลูกหนัง "อัซซูร์รี" มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ซอน เคยค้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แม้กระนั้นได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 และก็ได้เปลี่ยนสัญชาติเพื่อไปสวมเสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในเวลาที่ โตลอย เพิ่งได้เชื้อชาติในตอนต้นปี 2021 ภายหลังที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองข้างหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015 ก่อนหน้าที่ผ่านมามีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปคว้าชัยชนะยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนท้องนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในระหว่างที่สวมบทเป็นกองกลางกลุ่มชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปกระเป๋า ตามมาเป็นคนที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองข้างหลังกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าเดี๋ยวนี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปคว้าชัยชนะยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เนื่องด้วย จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน และก็ โตลอย แปลงเป็นอีก 3 แข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาพร้อมใจ เนื่องจากได้สวมเสื้อของทัพลูกหนัง "อัซซูร์รี" สังสรรค์แชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ
เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020Read More

พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงลายมือชื่อนัดหมายชิงยูโร 2020 จำต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงแชมป์บอลยูโร 2020 ที่บทสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดลูกโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรยุคที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความหมดหวังของกองเชียร์สิงโตคำรามในสนามเวมบลีย์ ล่าสุด มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงลายมือชื่ออย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า ทำรีแมตช์นัดหมายชิงแชมป์ใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้ตัดสินไม่ยุติธรรม โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าโจมตีไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินประชาชนชาวดัตช์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าตัดสินบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแต่ก็ให้เพียงแค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรเป็นใบแดงด้วยเหมือนกัน จนถึงเดี๋ยวนี้ มีคู่รักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงลายมือชื่อใน change.org เว็บที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งนอกเหนือจากพวกเขามองว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังกำหนดเพิ่มเพราะ กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเหลือเกิน โดยใช้คำว่า "ดึง, ผลัก, เตะ" ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ อย่างไรก็ดี การร่วมลงลายมือชื่อคราวนี้อาจจะเป็นได้เพียงแต่การแสดงออกทางความคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจจะไม่มีการตอบกลับคำเรียกร้องนี้อะไร
พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงลายมือชื่อนัดหมายชิงยูโร 2020 จำต้องแข่งขันใหม่Read More

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดบีบคั้น

"สิงโตคำราม" กลุ่มชาติอังกฤษ ต้องพบกับความไม่สมหวังอีกรอบ หลังเป็นฝ่ายแพ้จุดลูกโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564   ทำให้พวกเขายังต้องรอความสำเร็จถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยคราวสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จคือการคว้าชัยชนะฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมา แต่มีหลายเสียงวิภาควิจารณ์หลังเกมอย่างมากมาย เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของกลุ่มมาเป็นคนยิงจุดลูกโทษในเกมที่มีความกดดันสูง ทั้งยัง บูค้างโย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) รวมทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งยังสามรายพลาดหมด โดยหลังเกม ผู้จัดการทีมวัย 50 ปี ออกมาชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แม้กระนั้นผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดลูกโทษเอง โดยพิจารณาจากภาพรวมในการซ้อม ถ้าเกิดคุณจะโทษคนไหนกันแน่ คนนั้นควรจะเป็นผม แน่นอนพวกเขาจะไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แม้กระนั้นเราจะอยู่เคียงข้างเขา"   นอกเหนือจากนี้ อดีตกาลปราการหลังสิงโตคำราม ยังได้เผยถึงสาเหตุว่าเหตุใดกลุ่มจึงหันมาเล่นเกมรับ รวมทั้งตกลงใจสลับตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ"เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีเพียงพอ นั่นทำให้เราพบแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะมีผลให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็เช่นเดียวกับการพนัน ถ้าหากเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เราก็บางทีอาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นไปได้"
ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดบีบคั้นRead More

ผลสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นยอดเยี่ยม, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งยอดเยี่ยม ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

ภายหลังที่ อิตาลี ผงาดได้แชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดลูกโทษตัดสิน 3-2 ได้แชมป์มาครองเป็นสมัยลำดับที่สองหลังจากเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968 ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย ผู้เล่นดีเยี่ยมที่สุดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)   นักเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมกลุ่ม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดลูกโทษสำหรับการดวลจุดลูกโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนนี้ที่ เวมบลีย์ และก็ช่วยให้กลุ่มของเขาได้แชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968 นอกนั้นเขายังเป็นผู้เฝ้าประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวมาแล้วข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992 เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายและก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นคนอื่นในรายการ ทำเนียบนักเตะดีเยี่ยมที่สุด ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน - ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนทุ่งนารุมมา (อิตาลี) - ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) - ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (ประเทศสเปน) - ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (ประเทศสเปน) - ปี 2004 : ธีโอโดคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)…
ผลสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นยอดเยี่ยม, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งยอดเยี่ยม ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูดRead More

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นหน้าแข้งดังหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา ประเทศสเปน หลุดถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์หรอ? ระหว่างการพูดคุยกันในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน ปราการหลังเพื่อนร่วมชาติ โดยในรายการ กูร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามว่า "ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรคราวนี้" ซึ่งกูร์กตัวส์ก็ตอบว่า "เซร์คิโอ รามอส และ เอ่อ..…
แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นหน้าแข้งดังหรอ?Read More

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันหัวใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดชิงชนะเลิศ ที่จัดแจงฟาดแข้งกันรุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย อย่างที่แฟนบอลรู้ๆกันดีอยู่แล้ว ปีนี้เป็นการชิงชัยระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดไปอย่าง ผู้จัดงาน ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติประเทศอาร์เจนตินา ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ ข้างหลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนทัพฟ้าขาวให้ครอบครองแชมป์วัวปา อเมริกา โดยเหตุผลเพราะว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี จอมบุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง สำหรับจุดเริ่มต้นเรื่องราวดังที่กล่าวถึงแล้วนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด นักข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าอยากที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า "ก่อนจะเอาหินมาเหวี่ยงใส่ฉันในที่ส่วนรวม ฟังฉันชี้แจงก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักวงการบอลบราสิเลียน ใช่ ฉันมีสหายชาวอาร์เจนไตน์คนไม่ใช่น้อย แต่ว่าฉันไม่ได้เชียร์ประเทศอาร์เจนตินา ในเกมนัดชิงวัวปา อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แต่ว่าฉันเชียร์เพราะว่าฉันรักบอล รวมทั้ง ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จะต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเกิดเรื่องที่เที่ยงธรรม!" ภายหลังจากโพสต์ของผู้สื่อข่าวสาวดังที่กล่าวถึงแล้วได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีแฟนบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามความเห็นของอันดราเด ซึ่งเกือบ 100%ก็ให้เหตุผลคล้ายกันโน่นคือ เชิดชูในฝีเท้าของจอมบุกจากชาติคู่รักคู่แค้น รวมทั้งต้องการที่จะให้สมหวังพลาดท่าในวัย 34 ปี ทั้งยังแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองจากความไม่ประสบผลสำเร็จของทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ได้ ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในหัวข้อนี้ยาวว่า "ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจ ความฝันของผมตลอดชีพคือการได้เล่นให้ทีมชาติรวมทั้งได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องสนับสนุน" "ผมไม่เคยจู่โจมหรือคิดจะจู่โจมบราซิล เวลาพวกเขาชิงชัยใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์" "ถ้าสิ่งนั้นคือบราซิล เพราะว่าผมคือคนบราซิล รวมทั้งผู้ใดก็ช่างที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่เห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความเคารพ แต่ว่าไปลงนรกซะเถอะ" สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดที่พบ ทีมชาติเวเนซุเอลา รวมทั้ง ทีมชาติเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ แล้วหลังจากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แต่ว่าบราซิลก็ยังแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดชิงชนะเลิศ โดยนัดนี้จะเป็นครั้งแรกนับจากปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เจอหน้ากับประเทศอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนประเทศอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย รวมทั้งมีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่ง
เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันหัวใจไปตายซะRead More

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการถึงแก่กรรมของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตสหายร่วมอาชีพรุ่นลูก

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น สลบและล้มลงสู่พื้น และจำเป็นต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจส่งผลให้ภาพเรื่องการสิ้นไปในอดีต ถอยกลับเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจเป็นเคสแรกๆที่ผู้คนจำนวนมากจำก้าวหน้า ภาพที่เขาสลบล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย กระทั่งจำเป็นต้องถูกแบกออกไปพยาบาลเบื้องต้นข้างสนาม แต่ว่าในที่สุดก็ไม่บางทีอาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ กระทั่งการสิ้นไปดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างด่างประจำการแข่ง สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 แต่ว่าการสูญเสียในตอนนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตสำหรับเพื่อการช่วยชีวิตนักฟุตบอลในสนาม แกร่งแค่ไหนก็ล้มได้ ถึงแม้นักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นฝูงคนที่มีสุขภาพแข็งแรงดี วิ่งเต็มดูดได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่กลับมีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น มิได้โชคดีเหมือนกับมิดฟิลด์ของดินแดนวัวนมรายนี้ หนึ่งในกรณีที่ผู้คนจำนวนมากจำก้าวหน้า คือรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ประเทศตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะได้พักในเกมที่เจอกับ สหรัฐฯ และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง แมตช์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีผู้ใดอยู่รอบข้างตัวเขาเลย ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้กลุ่มหมอเข้ามาพยาบาลเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่จะเขาจะถูกแบกออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลและรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ทว่าข้างหลังมานะกู้ชีพอยู่ยาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติ แคเมอรูนในขณะนั้น เผยออกมาว่าเขาอยากได้เปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกมาจากสนามก่อนหน้านั้น ด้วยเหตุว่าหมดทั้งตัวเขาและกลุ่มหมอ มีความคิดเห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีลักษณะอาการล้า และเขยื้อนได้ช้าลง แต่ว่าเจ้าตัวยังอยากได้เล่นต่อ เพื่อช่วยทำให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ แมรี่-หฝ่าส์ โฟเอ้ เมียของตัวรุกรายนี้ บอกว่ามิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ มีลักษณะอาการท้องเสียมา 2-3 วันแล้ว และมีปัญหากับกระเพาะของเขาด้วย แต่ว่าเจ้าตัวยังคงการันตีที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าเมียของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดนั้น ผลการชันสูตรศพของมิดฟิลด์รายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนา หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั้งโลก พบบ่อยได้บ่อยในผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และเป็นต้นเหตุการตายชั้น 1 ของผู้สูงวัยน้อยกว่า 35 ปี หลักสำคัญก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสมีชีวิตรอดด้วย ถ้าเกิดได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องอย่างทันการ แต่ว่าในเวลานั้น เกือบจะไม่มีผู้ใดคาดการณ์ว่านักบอลที่มีสุขภาพแข็งแรงแบบนี้ จู่ๆจะล้มครืน จนถึงขั้นเสียชีวิต นั่นก็เลยทำให้ สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ตัดสินใจยกเครื่องทางการแพทย์ใหม่ทั้งผอง เพื่อไม่ให้เรื่องดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกที ชีวิตจำเป็นต้องมาก่อน ภายหลังจากเคสของโฟเอ้ อย่างแรกที่ถูกนำมาเอ๋ยถึง คืออาการหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden…
เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการถึงแก่กรรมของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตสหายร่วมอาชีพรุ่นลูกRead More

มั่งคั่งสุดในวงการ! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดหมายชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษกล่าวว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงทำหน้าที่ในนัดหมายชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นกรรมการลูกหนังที่มีฐานะมีเงินมีทองที่สุดในโลก สื่อดังที่ได้กล่าวมาแล้วบอกว่า ท่านเปาชาวฮอลันดามีทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม ข้างหลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่ยุคหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดค่อยด์ ในเมืองไนจ์เมเกน   ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 ยุค และก็ศึกยูโร รอบสุดท้ายอีก 3 ยุค ซึ่งแรงบันดาลใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวเป็นป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินบอลในระดับครึ่งอาชีพนั่นเอง สำหรับ นัดหมายชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง กลุ่มชาติอังกฤษ เจอ กลุ่มชาติอิตาลี นี้จะถือเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส ข้างหลังเคยวินิจฉัยนัดหมายชิงชนะเลิศเกมระดับสโมสรในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) และก็ ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว   ส่วนในศึกยูโรครั้งนี้ ไคเปอร์สลงทำหน้าที่ไปแล้ว 3 นัดหมาย โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัดหมาย และก็รอบ 8 กลุ่มสุดท้ายอีก 1 นัดหมาย ซึ่งในเกมนัดหมายชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล และก็ เออร์วิน เซนสยี่ห้อ ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4
มั่งคั่งสุดในวงการ! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดหมายชิงฯยูโร 2020Read More

ตัดเกรด นักฟุตบอลกลุ่มชาติอังกฤษ เกม เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020

ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบ 4 ทีมสุดท้าย คืนวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2021 อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน ประเทศอังกฤษ) คะแนนนักเตะ ทีมชาติอังกฤษ จอร์แดน พิคฟอร์ด - 6/10 วันนี้แทบไม่เจอบททดสอบเท่าไรนัก แต่มองเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอสมควรโดยยิ่งไปกว่านั้นในเวลาที่จำต้องเล่นบอลกับพื้น รวมถึงการออกบอลมองปราศจากความมั่นอกมั่นใจรวมทั้งขาดความเที่ยงตรงไปมากเลยทีเดียว จอห์น สโตนส์ - 7.5/10 เกมรับทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่งในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมถึงบล็อคลูกยิงงามๆหลายคราว แฮร์รี แม็คแกว่งร์ - 7.5/10 เหมือนกันกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังมีโอกาสได้เพิ่มเติมขึ้นไปกระแทกลุ้นทำแต้มหลายคราว ครองบอลรั้งแน่น ออกบอลถูกต้องแม่นยำ ไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็นเลย ไคล์ วอล์เกอร์ - 7.5/10 เป็นอีกผู้ที่เด่นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบไม่ได้เพิ่มเติมขึ้นสูง แต่การเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมถึงการหุบเข้ามาช่วยกึ่งกลางทำเป็นอย่างไร้ที่ว่ากล่าวในเกมวันนี้ ลุค ชอว์ - 7.5/10 มีหน้าที่ค่อนข้างเยอะในการเพิ่มเติมเกมรุก ค่อยต่อบอลติดต่อประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมทางกราบซ้าย ได้โอกาสเพิ่มเติมขึ้นลุ้นเปิดในกรอบจุดโทษสร้างโอกาสให้ทีมได้อยู่บ้างเหมือนกัน ดีแคลุกลี้ลุกลน ไรซ์ - 7/10 ครึ่งแรกหน้าที่จะย้ำไปทางเกมรับด้วยการยืนต่ำประคับประคองคู่เซ็นเตอร์ แต่ในตอนครึ่งหลังมีโอกาสเพิ่มเติมเกมขึ้นสูงขึ้นช่วยต่อบอลเชื่อมเกมบริเวณกึ่งกลางสนามได้ค่อนข้างดี…
ตัดเกรด นักฟุตบอลกลุ่มชาติอังกฤษ เกม เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020Read More

จำผมไม่ได้หรอ? “โบนุชชี่” ถึงกับเหวอ “การ์ดสนาม” ไม่ให้กลับเข้าสนาม

แปลงเป็นคลิปเรียกรอยยิ้มทันทีกับจังหวะข้างหลังเกมที่ กลุ่มชาติอิตาลี เป็นข้างเอาชนะ กลุ่มชาติสเปน สำหรับเพื่อการดวลจุดโทษ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ สำหรับเพื่อการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2020 เสร็จ เมื่อคืนวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยข้างหลังเกมจบลง บรรดานักเตะอิตาลี ได้รวมตัวกันวิ่งไปฉลองกับแฟนบอลรอบๆข้างหลังประตู แต่ในรายของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แผงหลังตัวเก๋าของกลุ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้วิ่งออกไปต่างประเทศสนามเพื่อเฮกับแฟนบอลบนอรรธจันทร์ ซึ่งข้างหลังเจ้าตัวฉลองกับแฟนๆเสร็จ ปราการหลังวัย 34 ปี จะเดินกลับเข้าสนามอีกรอบ แต่ข้าราชการสนามกลับจำเขาไม่ได้เนื่องจากว่ามีความรู้สึกว่าเป็นแฟนบอลที่กระโจนลงมาร่วมฉลองด้วย ทำให้เจ้าตัวถึงกับงงทีเดียว ก่อนที่จะเจ้าตัวจะอธิบายและก็เดินกลับสู่สนามได้อีกรอบ สำหรับ "กองทัพอัซซูร์ปรี่" สามารถทะลุผ่านไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป ได้เป็นสมัยที่ 4 โดยจะเข้าไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก ที่จะลงทำการแข่งขันกันในคืนวันนี้
จำผมไม่ได้หรอ? “โบนุชชี่” ถึงกับเหวอ “การ์ดสนาม” ไม่ให้กลับเข้าสนามRead More